Facebook Pixel
12 พิกัดเที่ยวเกียวโต

12 พิกัดเที่ยวเกียวโต เมืองวัฒนธรรมญี่ปุ่น สวยคลาสสิก เที่ยวได้ทุกฤดูกาล

หาก โตเกียว คือภาพสะท้อนของความคึกคักทันสมัย เกียวโต ก็เปรียบเหมือนลมหายใจของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริงในทุกย่างก้าว การมา เที่ยวญี่ปุ่น ที่ เกียวโต จึงไม่ใช่แค่การเช็กอินแลนด์มาร์กดัง แต่คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ชะลอจังหวะชีวิต แล้วซึมซับเรื่องราวงดงามของเมืองแห่งนี้ที่ถูกหล่อหลอมมานานกว่าพันปี

 

และนี่คือ 12 พิกัดเที่ยวเกียวโต ที่เราคัดมาแล้วว่าครบทั้งแก่นวัฒนธรรม ธรรมชาติ และเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ เหมาะทั้งสายเที่ยวเองและสาย ทัวร์ญี่ปุ่น ที่อยากเห็นเกียวโตในมุมงดงามและลึกซึ้งกว่าเดิม

 

 

1. วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera)

 

วัดคิโยมิสึเดระ หรือ วัดน้ำใส อีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.778 ก่อนที่เกียวโตจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว และได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1994 ถ้ามาเที่ยวชมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะพบกับวิวใบไม้เปลี่ยนสีวิวเมืองเกียวโตในมุมกว้างที่สวยมากๆ

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรสบัสสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Kiyomizu-michi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 650 เมตร

 

 

2. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)

 

วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นบ้านพักของท่านโชกุนอาชิกากะ โยชิมิสุและท่านมีความตั้งใจยกบ้านพักแห่งนี้ให้เป็นวัดนิกายเซนภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต คนไทยนิยมเรียกกันว่า วัดทอง เพราะอาคารหลักที่เป็นสีทองทั้งหลังตั้งอย่างโดดเด่นกลางน้ำ ทำให้เกิดภาพสะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโต

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Karasuma Lineไปลงที่ Kitaoji Station แล้วต่อรถบัสสาย 12, 101, 102, 204 หรือ 205

 

 

3. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

 

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ที่คนไทยรู้จักกันในนาม “ศาลเทพเจ้าจิ้งจอก” จุดเด่นคือ เสาโทริอิสีแดง (Torii Gate) หลายหมื่นต้นที่เรียงตัวทอดขึ้นภูเขาอินาริยาวจนกลายเป็นอุโมงค์สุดอลังการ เสาแต่ละต้นถูกบริจาคโดยบุคคลหรือองค์กรต่างๆ สามารถสังเกตได้จากตัวอักษรญี่ปุ่นที่สลักไว้ด้านหลังเสา นอกจากจะเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นสถานที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องการค้าขายและความสำเร็จ ผู้มาเยือนสามารถเดินตามเส้นทางเดินป่าไปพร้อมกับการชมศาลเจ้าเล็กๆ ตลอดสองข้างทาง ยิ่งเดินขึ้นไปสูงเท่าไหร่ บรรยากาศจะยิ่งเงียบสงบและเห็นวิวเมืองในมุมที่ต่างออกไปค่ะ

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต นั่งรถไฟสาย JR Nara Line ลงสถานี Inari

 

 

4. ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove)

 

เส้นทางเดินท่ามกลางต้นไผ่สีเขียวชอุ่มที่สูงเสียดฟ้า เสียงลำไผ่เสียดสีกันตามแรงลมถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเสียงที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ของญี่ปุ่น เป็นพิกัดที่ช่วยฮีลใจได้อย่างนุ่มลึกเหมาะมากสำหรับการเดินทอดน่องในช่วงเช้าตรู่เพื่อสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ที่รอดผ่านใบไผ่ลงมา และบริเวณใกล้ๆ ยังมีร้านขายของพื้นเมืองให้เลือกช้อปสินค้าที่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติอีกด้วย เช่น ตะกร้าไม้ไผ่, ถ้วย, กล่องใส่ของ หรือเสื้อสานจาก หรือจะเดินถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆ ก็เพลิดเพลินมากๆ

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line ลงสถานี Saga Arashiyama Station จากนั้นเดินต่ออีก 800 เมตร

 

 

5. สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) 

 

สะพานโทเก็ตสึเคียว มีความยาว 250 เมตร เป็นสะพานข้ามแม่น้ำคัตสึระว่า โดยยังคงลักษณะเหมือนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม้จะบูรณะใหม่ด้วยเหล็กแล้วก็ตาม มีฉากหลังเป็นภูเขาอาราชิยามะที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล เป็นจุดพักสายตาที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ดีที่สุด บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยร้านคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกที่ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้ดูทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน เรียกได้ว่าเป็นจุดเช็กอินที่รวมความชิลและความสวยงามไว้ในที่เดียว

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Hankyu Arashiyama Line ลงสถานี Arashiyama

 

 

6. ย่านกิออน (Gion)

 

ย่านเมืองเก่าที่ยังมีชีวิต บรรยากาศของอาคารไม้โบราณ (Machiya) และถนนหินกรวดในยามพลบค่ำ คือช่วงเวลาที่คุณอาจจะได้พบกับไมโกะหรือเกอิชาที่กำลังเดินทางไปทำงานในชุดกิโมโนเต็มยศ เป็นเสน่ห์คลาสสิกที่หาดูได้ยากในเมืองอื่น การเดินเล่นในกิออนจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิตยสารไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่าที่หรูหราและมีมนต์ขลัง เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากเมืองอื่น

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Nara Line ลงที่สถานี Tofukuji แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Gion-Shijo จากนั้นเดินต่ออีก 450 เมตร

 

 

7. teamLab Kyoto (นิทรรศการดิจิทัลอาร์ตหมุนเวียน)

ก้าวข้ามขีดจำกัดของยุคสมัยด้วยงาน Digital Art ระดับโลกพิกัดใหม่ล่าสุดในเกียวโต ที่นี่เปลี่ยนพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นโลกเสมือนที่โต้ตอบกับผู้ชมผ่านแสง สี และเสียง ผสมผสานธรรมชาติและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างแยบยล เป็นพิกัดที่ทำให้การ เที่ยวญี่ปุ่น ของคุณดูทันสมัยและล้ำยุคขึ้นมาทันที เหมาะสำหรับคนที่อยากเกียวโตในมิติใหม่ไม่ซ้ำใคร

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงสถานี Kyoto ออกประตู Hachijo East Gate และเดินต่อประมาณ 550 เมตร

เว็บไซต์ : https://www.teamlab.art/

 

 

8. ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

 

ศาลเจ้าที่โดดเด่นด้วยประตูโทริอิยักษ์สีแดงสดที่ตั้งตระหง่านกลางถนน ตัวอาคารจำลองแบบมาจากพระราชวังโบราณสีส้มขาวสดใส มีสวนญี่ปุ่น "ชินเอน" ขนาดกว้างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งมีสระน้ำและสะพานไม้ที่เป็นจุดชมซากุระพันธุ์ห้อยระย้า (Shidarezakura) ที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของเกียวโต เป็นความสงบเงียบที่แฝงไปด้วยความอลังการ

 

การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 5, 100 มาลงที่ป้าย Kyoto Kaikan Bijitusu-kan Maei จากนั้นเดินต่ออีก 250 เมตร

 

 

9. วัดกินคะคุจิ (Ginkaku-ji)

 

วัดกินคะคุจิ หรือ วัดเงิน ที่เน้นความเรียบง่ายตามปรัชญา "วาบิ-ซาบิ" สวนทรายเซนที่ตกแต่งเป็นรูปคลื่นและภูเขาไฟฟูจิจำลองที่นี่ให้ความรู้สึกที่ต่างจากวัดทองอย่างสิ้นเชิง ความสวยงามของที่นี่คือความไม่สมบูรณ์แบบที่ลงตัว เป็นสถานที่พำนักของความสงบที่แท้จริง 

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต นั่งรถบัสสาย 5 หรือ 17 จากสถานี Kyoto ไปลงที่ป้าย Ginkakuji-michi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 600 เมตร

 

 

10. ถนนสายนักปราชญ์ (Philosopher’s Path)

 

เส้นทางเดินเท้าเลียบคลองสายเล็กๆ ทอดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ในฤดูใบไม้ผลิถนนสายนี้จะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสีชมพูที่นุ่มนวลที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านกาแฟเล็กๆ และแกลเลอรี่อาร์ตชิคๆ เหมาะสำหรับการเดินปล่อยใจเพื่อคิดเรื่องราวต่างๆ เหมือนที่นักปรัชญาชื่อดังในอดีตเคยทำ เป็นการเดินเล่นที่ให้ความสุนทรีย์และได้รูปสวยๆ อีกด้วย

 

การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต นั่งบัสสาย 5 หรือ 17 จากสถานี Kyoto ไปลงที่ป้าย Ginkakuji-michi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 600 เมตร

เว็บไซต์ : https://tetsugakunomichi.jp/ 

 

 

11. หมู่บ้านอิเนะ (Ine no Funaya)

 

อิเนะ หมู่บ้านประมงที่เก่าแก่ที่สุดริมทะเลญี่ปุ่น กับบ้านใต้ถุนเรือ (Funaya) ที่เรียงรายต่อเนื่องกว่า 5 กิโลเมตร สามารถนั่งเรือท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของหมู่บ้านจากในทะเล หรือจองที่พักแบบโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสชีวิตชาวประมงขนานแท้ บรรยากาศที่นี่นิ่งสงบและบริสุทธิ์จนเหมือนเวลาหยุดหมุน เป็นสวรรค์ของคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายอย่างแท้จริง

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟจากสถานี Kyoto ไปลงที่สถานี Amanohashidate และต่อรถบัสสาย Tankai จากหน้าสถานีไปลงที่ป้าย Ine-Cho

 

 

12. หมู่บ้านมิยามะ (Miyama)

 

               ปิดท้ายด้วย หมู่บ้านมิยามะ หมู่บ้านกระท่อมมุงจากโบราณที่เรียกว่า คายาบูกิ (Kayabuki) กลางหุบเขาที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ที่นี่ห่างจากเกียวโตประมาณ 30 กิโลเมตร บรรยากาศสโลว์ไลฟ์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรหรือการอนุรักษ์บ้านเรือนแบบโบราณที่หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน การมาเยือนที่นี่ในช่วงหน้าหนาวที่จะมีเทศกาลประดับไฟท่ามกลางหิมะขาวโพลน จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในโลกนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่อบอุ่นหัวใจที่สุดค่ะ

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Sagono มาลงที่สถานี Hiyoshi จากนั้นนั่งรถบัส Nantan Bus ไปยัง Miyama

 

 

เกียวโต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่งดงามในแต่ละฤดูกาล วัดวาอารามที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ หรือย่านเมืองเก่าที่ยังคงลมหายใจของญี่ปุ่นโบราณเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รับรองได้เลยว่าการมา เที่ยวญี่ปุ่น ที่เมืองนี้จะมอบความประทับใจให้คุณในทุกครั้งที่มาเยือน 

 

สำหรับใครที่อยากเก็บให้ครบทุกพิกัดแบบไม่ต้องปวดหัวเรื่องรถบัสหรือรถไฟ การเลือกจอง ทัวร์ญี่ปุ่น ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกมาก มีไกด์คอยเล่าเรื่องราวของแต่ละสถานที่ และจัดการเรื่องการเดินทางให้เสร็จสรรพ พร้อมให้คุณเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ กลับบ้านแบบเต็มอิ่มค่ะ

 

บทความแนะนำ