ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)

สายมูห้ามพลาด ศาลเจ้าฮอกไกโด Hokkaido Shrine พิกัดขอพรสุดปังในซัปโปโร

ถ้าใครมีแพลนไป เที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่ฮอกไกโด นอกจากการตระเวนกินของอร่อยๆ หรือไปชมวิวมุมสวยๆ แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากแนะนำให้ลองทำคือการแวะไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้า โดยเฉพาะ "ศาลเจ้าฮอกไกโด ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมใจของชาวฮอกไกโดที่ทั้งเก่าแก่และเดินทางไปง่ายมากๆ เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรเลยค่ะ

ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) หรือที่เรียกกันว่า "ฮอกไกโดจิงกู" (Hokkaido Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตสำคัญของเกาะฮอกไกโด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1869 ตามพระราชโองการของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนในดินแดนแห่งนี้

ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าทั้งหมด 4 องค์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกป้องคุ้มครองดินแดน การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมในการขอพรเรื่องการงาน ความสำเร็จ และชีวิตที่มั่นคง 

และด้วยความที่ศาลเจ้าตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีภูเขาล้อมรอบทั้งสามด้าน ตามความเชื่อของคนท้องถิ่นถือว่าเป็นที่ที่มีพลังดีมากและร่มเย็นที่สุดแห่งหนึ่งเลยค่ะ

จุดเด่นอีกอย่างคือบรรยากาศที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ และตั้งอยู่ติดกับ สวนมารุยามะ (Maruyama Park) ทำให้รู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายของเมืองไปอีกโลกหนึ่ง

ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ ศาลเจ้าฮอกไกโด

1. สะสมโกะชุอิน (Goshuincho) หรือ ตราประทับศาลเจ้า

ใครที่ชอบสะสมแสตมป์ศาลเจ้า บอกเลยว่าห้ามพลาดจริงๆ คุณสามารถนำสมุดโกะชุอินโจมาขอรับตราประทับพร้อมลายเซ็นสวยๆ ของทางศาลเจ้าไปเป็นที่ระลึกได้ค่ะ ถือเป็นความทรงจำที่ดีของการเดินทางเลย

2. ชมหินศักดิ์สิทธิ์ “ซะซะเระอิชิ” (Sazare-ishi)

ก้อนหินขนาดใหญ่นี้ไม่ได้เป็นแค่หินธรรมดา แต่เกิดจากการรวมตัวของกรวดหินเล็กๆ ตามธรรมชาติมานานหลายปีจนกลายเป็นก้อนใหญ่ ที่สำคัญชื่อของหินก้อนนี้ยังอยู่ในเนื้อเพลงชาติญี่ปุ่นด้วยนะคะ ถือเป็นจุดเล็กๆ ที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่ สามารถแวะไปถ่ายรูปกันได้ที่หน้าสำนักงานศาลเจ้าค่ะ

3. ถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์ ชิมะ โยชิทาเกะ

ภายในบริเวณศาลเจ้ามีรูปปั้นของ ชิมะ โยชิทาเกะ (Shima Yoshitake) หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาฮอกไกโดในยุคเริ่มต้น เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

4. เขียนคำอธิษฐานบนแผ่นเอะมะ (Ema)

เอะมะ คือแผ่นไม้สำหรับเขียนคำอธิษฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือสุขภาพ จากนั้นนำไปแขวนไว้ในบริเวณที่จัดไว้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ฟีลญี่ปุ่นสุดๆ

เคล็ดลับการไหว้ขอพรแบบเข้าใจง่าย

ก่อนจะเข้าไปไหว้เทพเจ้า อย่าลืมแวะจุดล้างมือก่อนนะคะ ใช้กระบวยตักน้ำล้างทีละข้างเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาด จากนั้นก็เดินไปที่กล่องบริจาค นิยมใช้เหรียญ 5 เยนค่ะ วิธีไหว้คือ โค้งคำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง แล้วโค้งคำนับอีกหนึ่งรอบหลังขอพรเสร็จ ใครสายเสี่ยงดวงก็ลองแวะดูคำพยากรณ์จากเซียมซี (Omikuji) ต่อได้เลย

 

เครื่องรางและของฝากสุดคิวท์

เครื่องรางของที่ศาลเจ้าฮอกไกโดมีให้เลือกหลากหลาย โดยแต่ละแบบมีความหมายแตกต่างกัน เช่น

               สีแดง : โชคลาภ

               สีเขียว: สุขภาพ

               สีชมพู : ความรัก

               สีขาว : การเรียนและการสอบ

               เครื่องรางการเดินทาง : ความปลอดภัยในการเดินทาง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีของฝากขึ้นชื่อคือ “จิงกูโนะอุเมะ” เหล้าบ๊วย และ “จิงกูโนะซากุระ” ชาซากุระ ซึ่งใช้วัตถุดิบจากภายในบริเวณศาลเจ้า หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

จุดชมซากุระสวยในฤดูใบไม้ผลิ 

นอกจากจะเป็นศาลเจ้าเก่าและพิกัดที่สายมูห้ามพลาดแล้ว ถ้ามาช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ศาลเจ้าเจ้าฮอกไกโดแห่งนี้จะกลายเป็นจุดชมซากุระที่ปังมาก เพราะมีต้นซากุระกว่า 1,400 ต้น แถมยังเดินเชื่อมต่อไปยังสวนมารุยามะ (Maruyama Park) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในซัปโปโรได้ด้วย เดินชมดอกไม้ได้เพลินตาเพลินใจมากๆ

 

ศาลเจ้าฮอกไกโด

ที่ตั้ง : เมืองซัปโปโร ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Maruyama Koen แล้วเดินประมาณ 10–15 นาที

เวลาเปิด-ปิด : ฤดูร้อน 06:00–17:00 น. / ฤดูหนาว 07:00–16:00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

 

ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นสถานที่ที่รวมทั้งความศรัทธา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนก็ให้บรรยากาศที่ต่างกันออกไป ใครกำลังวางแผน “ทัวร์ญี่ปุ่น” หรือมองหาที่เที่ยวในฮอกไกโดที่ได้ทั้งความสงบและความหมายดีๆ ศาลเจ้าแห่งนี้คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ควรเพิ่มไว้ในแพลนอย่างไม่ต้องลังเลเลยค่ะ