10 ย่านช้อปปิ้งสุดฮิตในโตเกียว

ชี้เป้า 10 ย่านละลายทรัพย์ในโตเกียว ถูกใจสายช้อปโดนใจสายเปย์

โตเกียว คือศูนย์รวมแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง ของเล่น โมเดล และสินค้าท้องถิ่นที่ละละลานตาจนเลือกไม่ถูก ทำให้การเลือกซื้อของฝากและสินค้าถูกใจกลายเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่เติมเต็มสีสันให้กับการเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางหรือมองหาโปรแกรมจัดเต็มในรูปแบบ ทัวร์ญี่ปุ่น วันนี้เราได้รวบรวม 10 พิกัดช้อปปิ้งสุดฮิตทั่วโตเกียวที่คัดมาแล้วว่าเด็ด สินค้าครบครัน เดินทางง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาให้ตามรอยพร้อมไปละลายทรัพย์กันได้เลย

1. ชิบูย่า 

ชิบูย่า (Shibuya) คือย่านที่ไม่เคยหลับใหลและเป็นตัวแทนของพลังวัยรุ่นญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างแฟชั่นสตรีทล้ำๆ เจเนอเรชันใหม่ เข้ากับศิลปะและความบันเทิงอย่างลงตัว โดยมีแลนด์มาร์กโลกจำอย่างห้าแยกชิบูย่าเป็นจุดเริ่มต้น ดีเทลความน่าสนใจอยู่ที่ตึก Shibuya Parco ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมความป๊อปเพราะเป็นที่ตั้งของ Nintendo Tokyo, Pokemon Center และร้านคาแรคเตอร์การ์ตูนระดับแม่เหล็ก ส่วนสายอาร์ตและเสื้อผ้าแนวสตรีทไฮเอนด์ต้องไม่พลาดตึก Shibuya Scramble Square ที่มีจุดชมวิวลอยฟ้าสุดอลังการ

 

ห้างแนะนำ : Shibuya 109, Shibuya Scramble Square, Shibuya Parco

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shibuya (รถไฟสาย JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza Line, Hanzomon Line, Fukutoshin Line)

2. โอโมเตะซันโด 

โอโมเตะซันโด (Omotesando) แหล่งรวมลักชัวรีแบรนด์และคาเฟ่สุดฮิป มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยแนวต้นเซลโคว่าร่มรื่นตลอดสองข้างทางและตึกดีไซน์โมเดิร์น ดีเทลความน่าสนใจของพิกัดนี้คือบรรยากาศความหรูหราแฝงความผ่อนคลาย เป็นที่ตั้งของแฟล็กชิปสโตร์จากแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ สินค้าดีไซเนอร์ รวมถึงร้านเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลตามตรอกซอกซอย นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Omotesando Hills ที่รวบรวมร้านค้าแฟชั่นชั้นนำ และร้าน KIDDY LAND อาณาจักรของเล่นและของสะสมคาแรคเตอร์การ์ตูนชื่อดังขนาดยักษ์ที่สายช้อปทุกวัยต้องเพลิดเพลิน

 

ห้างแนะนำ : Omotesando Hills, KIDDY LAND, Tokyu Plaza Omotesando Harajuku

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Omotesando (Tokyo Metro Chiyoda Line, Ginza Line, Hanzomon Line) หรือเดินเชื่อมต่อมาจากสถานี Harajuku ได้ในระยะทางไม่ไกล

3. ฮาราจูกุ 

ฮาราจูกุ (Harajuku) คือย่านที่มีเอกลักษณ์สองขั้วที่ตัดกันอย่างมีเสน่ห์ ฝั่งถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) คือจุดกำเนิดของวัฒนธรรม คาวาอี้ (Kawaii) แฟชั่นคอสเพลย์ เสื้อผ้าสีสันจัดจ้าน เครื่องประดับทำมือราคาจับต้องได้ และร้านเครปเย็นในตำนาน แต่เมื่อเดินถัดไปเพียงไม่กี่บล็อกบนถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando) บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความหรูหราทันที ร่มรื่นด้วยแนวต้นเซลโคว่าและตึกสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่รวบรวมช็อปแบรนด์เนมระดับโลกและคาเฟ่สุดฮิป เป็นพิกัดที่สายแฟชั่นต้องมาอัปเดตเทรนด์

 

ห้างแนะนำ : Laforet Harajuku, Tokyu Plaza Omotesando Harajuku, Omotesando Hills

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajuku หรือนั่ง Tokyo Metro Chiyoda Line/Fukutoshin Line มาลงที่สถานี Meiji-jingumae

4. ชินจูกุ 

ชินจูกุ (Shinjuku) ย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่และครบครันที่สุดในโตเกียว เอกลักษณ์คือการแบ่งโซนช้อปปิ้งอย่างชัดเจน ฝั่งตะวันออกจะคึกคักไปด้วยร้านขายยา ร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ขนาดใหญ่ และร้านสินค้าลดราคาชื่อดังอย่าง Don Quijote สาขาคาบูกิโจ ส่วนฝั่งใต้และฝั่งตะวันตกจะเน้นความหรูหราคลาสสิกของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ดีเทลความน่าสนใจคือเป็นพิกัดที่รวมร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีขนาดใหญ่ยักษ์อย่าง Yodobashi Camera และ Bic Camera เอาไว้หลายตึก เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจมาซื้อสกินแคร์ เสื้อผ้า และตุนของฝากกลับบ้านในจุดเดียว

 

ห้างแนะนำ : Isetan, Takashimaya Times Square, Yodobashi Camera, Don Quijote

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shinjuku (รถไฟสาย JR Yamanote Line, Chuo Line, Tokyo Metro Marunouchi Line, Toei Shinjuku Line)

5. ดองกิโฮเต้ 

ดองกิโฮเต้ (Don Quijote) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ร้านดองกิ มีเอกลักษณ์คือป้ายร้านสีเหลืองและเพนกวินสีฟ้า ตัวร้านเป็นอาณาจักรสินค้าลดราคาขนาดยักษ์ที่เปิดให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ดีเทลความน่าสนใจคือการรวบรวมสินค้าทุกหมวดหมู่เอาไว้ในตึกเดียว ตั้งแต่ขนมของฝากยอดฮิต เครื่องสำอางยอดนิยม วิตามิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น ไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมมือสอง สโลแกนเด่นคือความสนุกในการเดินหาของราคาถูกและระบบช้อปปิ้งปลอดภาษี (Tax-Free) สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยว

 

สาขาไฮไลท์ในโตเกียว : MEGA Don Quijote Shibuya (สาขาใหญ่ใจกลางชิบูย่า) และ Don Quijote Shinjuku Tonoguchi

การเดินทาง : สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากสถานีรถไฟหลักอย่าง Shibuya หรือ Shinjuku โดยเดินเท้าต่อเพียง 3-5 นาที

6. ห้างโยโดบาชิ คาเมร่า 

โยโดบาชิ คาเมร่า (Yodobashi Camera) คือห้างสรรพสินค้าเฉพาะทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เอกลักษณ์คือการเป็นตึกสูงหลายชั้นที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ดีเทลความน่าสนใจไม่ได้มีเพียงแค่กล้องถ่ายรูป สมาร์ทโฟน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังมีโซนขนาดยักษ์ที่จำหน่ายนาฬิกาแบรนด์หรู ของเล่น ฟิกเกอร์ กันพลา และกาชาปองนับร้อยตู้ ถือเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งสายไอทีและนักสะสมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

สาขาไฮไลท์ในโตเกียว : Yodobashi Camera Multimedia Akiba (สาขาอากิฮาบาระ เป็นตึกที่ใหญ่และครบที่สุด) และสาขา Shinjuku West Exit

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Akihabara หรือสถานี Shinjuku แล้วใช้ทางออกที่เชื่อมตรงสู่ตัวห้างได้ทันที

7. อากิฮาบาระ

อากิฮาบาระ (Akihabara) หรือ "เดนกิไก" (เมืองไฟฟ้า) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวโอตาคุและนวัตกรรมไอที มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้จากการเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ อนิเมะ เกม ฟิกเกอร์ และสินค้าไอที ดีเทลความน่าสนใจคือความหนาแน่นของร้านค้าเฉพาะทาง ตั้งแต่ตึกยักษ์อย่าง Radio Kaikan ที่รวบรวมร้านขายการ์ดเกมและฟิกเกอร์มือสองสภาพนางฟ้า ไปจนถึงร้านขายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กใต้ทางรถไฟ ย่านนี้ยังมีระบบช้อปปิ้งแบบปลอดภาษี (Tax-Free) ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างดีเยี่ยม พร้อมทั้งมีเมดคาเฟ่และร้านเกมเซนเตอร์ตึกสูงคอยแต่งแต้มสีสันตลอดสองข้างทาง

 

ห้างแนะนำ : Yodobashi Camera Multimedia Akiba, Mandarake Complex, Radio Kaikan

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Akihabara (รถไฟสาย JR Yamanote Line, Keihin-Tohoku Line, Tsukuba Express, Tokyo Metro Hibiya Line)

8. กินซ่า 

กินซ่า (Ginza) ย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เอกลักษณ์คือความหรูหรา สง่างาม และการบริการระดับพรีเมียม ดีเทลความน่าสนใจอยู่ที่สถาปัตยกรรมของแต่ละตึกที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับโลก โดยเฉพาะห้าง Ginza Six ที่ภายในตกแต่งด้วยงานศิลปะร่วมสมัยและมีสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ นอกจากสินค้าแบรนด์เนมแล้ว กินซ่ายังเป็นที่ตั้งของแฟล็กชิปสโตร์แบรนด์ญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น Uniqlo Ginza ที่สูงถึง 12 ชั้น และร้านเครื่องเขียนเก่าแก่ระดับตำนานอย่าง Itoya เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

 

ห้างแนะนำ : Ginza Six, Mitsukoshi, Matsuya Ginza, Uniqlo Ginza

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Ginza (Tokyo Metro Ginza Line, Marunouchi Line, Hibiya Line)

9. อะเมโยโกะ 

ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko Market) มีเอกลักษณ์แตกต่างจากห้างสรรพสินค้าติดแอร์อย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่คือตรอกตลาดกลางแจ้งใต้ทางรถไฟที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกยุคโชวะ ดีเทลความน่าสนใจอยู่ที่ความหลากหลายของสินค้าและการส่งเสียงเรียกลูกค้าอันเป็นเอกลักษณ์ของพ่อค้าแม่ค้า พิกัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าราคาส่งและของถูก ไม่ว่าจะเป็นขนมของฝากยอดฮิตอย่างช็อกโกแลต ผลไม้สดตามฤดูกาล เสื้อผ้าทหารมือสอง และที่พลาดไม่ได้คือเป็นแหล่งรวมร้านขายรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังอย่าง ABC-Mart ขนาดยักษ์ที่มีรุ่นฮิตให้เลือกในราคาประหยัด

 

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Ueno (รถไฟสาย JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza Line, Hibiya Line) หรือสถานี Okachimachi แล้วเดินต่อเพียง 1 นาที

10. โอไดบะ 

โอไดบะ (Odaiba) คือเกาะถมทะเลที่มีเอกลักษณ์ด้านทัศนียภาพอันกว้างขวางริมอ่าวโตเกียว ห้างสรรพสินค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์ตอบโจทย์ครอบครัว เป็นย่านช้อปปิ้งสไตล์รีสอร์ตที่รวมความบันเทิงและการพักผ่อนเข้าด้วยกัน ดีเทลความน่าสนใจอยู่ที่ห้าง DiverCity Tokyo Plaza ซึ่งเป็นที่ตั้งของหุ่นยนต์กันดั้มยักษ์ Unicorn Gundam ขนาดเท่าของจริงคอยยืนต้อนรับ และภายในยังมีโซนจำหน่ายของสะสมเฉพาะของกันดั้มที่ครบที่สุด ส่วนห้างรอบๆ จะเน้นร้านค้าเอาท์เล็ต แบรนด์กีฬาแฟชั่น และร้านอาหารวิวหลักล้านที่มองเห็นสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาเดินเล่นชิลๆ

 

ห้างแนะนำ : DiverCity Tokyo Plaza, Aqua City Odaiba, Decks Tokyo Beach

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yurikamome จากสถานี Shimbashi มาลงที่สถานี Daiba หรือสถานี Tokyo Teleport (สาย Rinkai Line)

เรียกได้ว่า โตเกียว มีพิกัดช้อปปิ้งเยอะมากๆ แต่ละสถานที่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกัน การเลือกปักหมุดย่านช้อปปิ้งให้ตรงกับความต้องการจะช่วยให้การเดินทางราบรื่น ประหยัดเวลา และได้ของถูกใจกลับบ้านกันถ้วนหน้า ใครกำลังแพลนเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว อย่าลืมเซฟลายแทงทั้ง 10 พิกัดนี้ไว้ในลิสต์เที่ยว รับรองว่าช้อปปิ้งเพลิน เดินสนุก และได้ของฝากเพียบแน่นอน