ล่าสุด บริษัท เอซากิ กูลิโกะ (Ezaki Glico) ผู้ดูแลแลนด์มาร์กแห่งนี้ ได้ออกมาประกาศว่าเตรียมจะดับไฟและนำป้ายปัจจุบันออกจากพื้นที่ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี และพร้อมเปิดตัวป้ายดีไซน์ใหม่รุ่นที่ 7 อย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
บริษัท เอซากิ กูลิโกะ มีความผูกพันกับเมืองโอซาก้าอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากก่อตั้งขึ้น ณ เมืองแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1922 หรือราว 104 ปีก่อน ส่วนป้ายโฆษณานักวิ่งในตำนานถูกติดตั้งขึ้นครั้งแรกใกล้กับสะพานเอบิซุบาชิในปี ค.ศ. 1935 โดยป้ายรุ่นแรกมีความสูงถึง 33 เมตร โดดเด่นด้วยไฟนีออนสลับสีสดใสที่ส่องสว่างใจกลางย่านการค้าในยามค่ำคืน

ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปีที่ผ่านมา ป้ายกูลิโกะได้ผ่านการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และนวัตกรรมตามยุคสมัยมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงรุ่นที่มีเวทีจัดการแสดงอยู่ด้านล่าง หรือรุ่นที่เคยสร้างความตื่นตาตระการตาด้วยน้ำพุและไฟสีสันต่างๆ จนกระทั่งในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2014 ได้เปิดตัวป้ายรุ่นที่ 6 เป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เต็มรูปแบบจำนวนกว่า 140,000 ดวง ส่องสว่างเปลี่ยนฉากหลังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของญี่ปุ่นอย่างงดงามตระการตาตลอดทั้งคืน
สำหรับป้ายไฟปัจจุบันที่มีกำหนดจะเปิดแสดงผลเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ทีมงานจะเริ่มดำเนินงานถอดรื้อและติดตั้งระบบใหม่ในเดือนธันวาคม เพื่อปรับเปลี่ยนหลอดไฟ LED ที่ใช้งานมานาน พร้อมนำเทคโนโลยีการแสดงผลขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในการปรับโฉมครั้งนี้
แม้ทางบริษัท เอซากิ กูลิโกะ จะยังคงเก็บรูปแบบดีไซน์ใหม่ไว้เป็นความลับเพื่อสร้างความประหลาดใจให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ตัวแทนของบริษัทได้ยืนยันกับสื่อมวลชนอย่างชัดเจนว่า เอกลักษณ์อันเป็นหัวใจสำคัญอย่าง องค์ประกอบรูปนักวิ่งกูลิโกะ จะยังคงโดดเด่นอยู่บนป้ายโฆษณาแห่งนี้เช่นเดิม เพื่อสืบทอดสัญลักษณ์แห่งความสุขและการเคลื่อนไหวของชาวโอซาก้าต่อไป
การปรับโฉมครั้งใหญ่ของป้ายไฟกูลิโกะต้อนรับปี 2027 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะสร้างสีสันใหม่ให้แก่ย่านโดทงโบริ สำหรับใครที่มีแผนเดินทางไปเที่ยวโอซาก้าช่วงปลายปีนี้ ก็ยังสามารถแวะไปเก็บภาพความประทับใจส่งท้ายป้ายเดิมได้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน และร่วมปักหมุดรอชมความตระการตาของป้ายไฟดีไซน์ใหม่ไปพร้อมกัน
ที่มา :
