แนะนำ 6 ตลาดปลาญี่ปุ่น

6 ตลาดปลาญี่ปุ่น อาหารทะเลสดใหม่ ราคาดี สายกินห้ามพลาด

ถ้าถามว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักการ “เที่ยวญี่ปุ่น” คืออะไร คำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้นเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่ทั้งสด ละเอียด และใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงวิธีเสิร์ฟ ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะและมีทะเลล้อมรอบ วัฒนธรรมการกินอาหารทะเลจึงผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นปลาทูน่า ปู หอย หรือปลาไหล หลายเมนูไม่ได้เป็นแค่อาหาร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่น

และสถานที่ที่สะท้อนเรื่องเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือ “ตลาดปลา” เพราะนอกจากจะได้กินอาหารทะเลสดๆ แล้ว ยังได้เห็นบรรยากาศจริงของเมืองนั้นๆ ผ่านผู้คน ร้านค้า และวิธีการเลือกวัตถุดิบอีกด้วย ครั้งนี้เราเลยรวม 6 ตลาดปลา ญี่ปุ่น ที่ควรไปสักครั้งมาให้ แต่ละแห่งมีทั้งเรื่องราว เสน่ห์ และความอร่อยที่ต่างกันออกไป

1. ตลาดปลาซึกิจิ - โตเกียว

ตลาดเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตชีวาแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Outer Market) คือชื่อที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องเคยได้ยิน เพราะครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นหัวใจสำคัญของวงการอาหารทะเลในโตเกียว

แม้ปัจจุบันโซนประมูลปลาจะย้ายไปที่โทโยซุแล้ว แต่เสน่ห์ของซึกิจิยังคงอยู่ครบ โดยเฉพาะบรรยากาศตลาดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายมีดญี่ปุ่น ร้านชา และแผงขายวัตถุดิบที่เปิดกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ความสนุกของที่นี่คือการเดินกินไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ซูชิคำโต ไข่หวานย่างเสียบไม้ หอยเชลล์ย่าง ไปจนถึงปลาทูน่าสดที่หั่นกันหน้าร้านแบบเห็นกันชัดๆ

หลายร้านเปิดกิจการต่อกันมาหลายสิบปี บางร้านเป็นธุรกิจครอบครัวที่อยู่คู่ตลาดมาตั้งแต่ยุคโชวะ ทำให้ทุกมุมของตลาดยังมีกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมซ่อนอยู่ ยิ่งถ้ามาตอนเช้า จะได้เห็นจังหวะชีวิตของคนโตเกียวอีกมุมหนึ่ง ทั้งเชฟร้านซูชิ คนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่ต่างเดินหาของอร่อยกันอย่างคึกคัก

เวลาเปิด-ปิด : 05.00 – 14.00 น. (ปิดวันอาทิตย์ และบางร้านปิดวันพุธ)

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Hibiya Subway Line ลงสถานี Tsukiji ทางออก 1 เดินต่อประมาณ 5 นาที

2. ตลาดปลาโทโยสุ - โตเกียว

อีกด้านของญี่ปุ่นที่จริงจังกับ “ความสด” แบบระดับโลก หลังจากตลาดหลักย้ายออกจากซึกิจิ ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Market) ก็กลายเป็นศูนย์กลางตลาดปลายุคใหม่ของญี่ปุ่น ที่นี่แตกต่างจากตลาดปลาแบบดั้งเดิม เพราะเต็มไปด้วยระบบจัดการที่ทันสมัย สะอาด และมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างละเอียด เพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบให้ดีที่สุด

ไฮไลท์สำคัญคือ “การประมูลปลาทูน่า” ที่หลายคนตั้งใจมาดูตั้งแต่เช้ามืด ผ่านห้องกระจกด้านบน แม้จะไม่ได้ยืนใกล้แบบสมัยซึกิจิ แต่กลับได้เห็นอีกมุมของวงการอาหารญี่ปุ่นที่จริงจังและละเอียดมากกว่าที่คิด 

สิ่งที่น่าสนใจคือปลาทูน่าคุณภาพดีบางตัวมีราคาสูงถึงหลักล้านเยน เพราะในญี่ปุ่น ปลาทูน่าไม่ได้เป็นแค่อาหาร แต่คือวัตถุดิบที่สะท้อนฝีมือ ความเชี่ยวชาญ และฤดูกาล

ภายในตลาดยังมีร้านซูชิชื่อดังหลายร้านที่คนต่อคิวตั้งแต่เช้า เพราะหลายคนเชื่อว่า “ถ้าอยากกินซูชิสดที่สุด ต้องมากินใกล้ตลาดปลา”

เวลาเปิด-ปิด : 05.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงสถานี Shijo-Mae เดินต่อประมาณ 5 นาที

3. ตลาดคุโรมง - โอซาก้า

ครัวของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นอาหารย่าง ตลาดคุโรมง (Kuromon Market) เป็นตลาดที่สะท้อนนิสัยของคนโอซาก้าได้ชัดมาก ทั้งคึกคัก เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยของกิน ตลาดแห่งนี้เปิดมายาวนานกว่า 100 ปี และได้รับฉายาว่า “ครัวของโอซาก้า” เพราะเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบสำคัญของร้านอาหารในเมือง

แต่สิ่งที่ทำให้คุโรมงต่างจากตลาดปลาอื่น คือความสนุกในการเดินกิน ทุกอย่างดูเข้าถึงง่าย ทั้งปูยักษ์ย่าง หอยเม่นสด ปลาไหลย่าง หรือเนื้อวากิวเสียบไม้ หลายร้านทำอาหารกันสดๆ ตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งตลาด

บรรยากาศที่นี่ไม่ได้เร่งรีบแบบโตเกียว แต่จะมีความสบายๆ และเป็นกันเองมากกว่า จนบางครั้งเหมือนเดินอยู่ในเทศกาลอาหารขนาดใหญ่ ยิ่งช่วงเย็นตลาดจะยิ่งมีสีสัน ทั้งนักท่องเที่ยว คนท้องถิ่น และเสียงเรียกลูกค้าจากร้านต่างๆ ที่ทำให้เดินเพลินแบบไม่รู้ตัว

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 18.00 น. (เวลาขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า)

การเดินทาง : รถไฟ Osaka Metro สาย Sennichimae ลงสถานี Nippombashi ทางออก 10 เดินต่อประมาณ 5 นาที

4. ตลาดนิโจ - ซัปโปโร

ตลาดเล็กกลางเมืองที่รวมรสชาติของฮอกไกโดไว้ครบที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลขนาดไหน แค่ลองเดินเข้า ตลาดนิโจ (Nijo Market) ก็จะเข้าใจทันที ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เปิดมายาวนานกว่าร้อยปี และเป็นเหมือนครัวสำคัญของคนท้องถิ่น

จุดเด่นคือวัตถุดิบจากทะเลหนาว ไม่ว่าจะเป็นปูทาราบะ ปูขน หอยเชลล์ หรือไข่ปลาแซลมอนที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดและรสหวาน หลายร้านในตลาดจะจัดข้าวหน้าทะเลแบบล้นชาม วางทั้งปู ไข่ปลา หอยเม่น และแซลมอนแบบไม่หวงของ จนกลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องลอง

แต่เสน่ห์จริงๆ ของนิโจคือบรรยากาศเรียบง่าย ไม่วุ่นวายเกินไป เดินแล้วให้ความรู้สึกเหมือนตลาดท้องถิ่นที่คนเมืองยังใช้ชีวิตจริงอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะหน้าหนาวที่หิมะปกคลุมรอบเมือง บรรยากาศจะยิ่งดูอบอุ่นขึ้นแบบฮอกไกโดแท้ๆ

เวลาเปิด-ปิด : 07.00 – 18.00 น. (เปิดทุกวัน แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่ปิดเร็วกว่า)

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสถานี Odori ออกทางออก 1 เดินต่อประมาณ 5 นาที

5. ตลาดปลานาคามินาโตะ - อิบารากิ

ตลาดปลาโลคอลที่คนญี่ปุ่นแอบมากินกันเงียบๆ ตลาดปลานาคามินาโตะ (Nakaminato Fish Market) อาจไม่ได้ดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าตลาดใหญ่ในโตเกียวหรือโอซาก้า แต่กลับเป็นตลาดที่คนญี่ปุ่นนิยมมากในวันหยุด 

จุดเด่นคือความสดและราคาที่เข้าถึงง่าย เพราะอาหารทะเลจำนวนมากส่งตรงจากท่าเรือนาคามินาโตะที่อยู่ใกล้กัน สิ่งที่หลายคนชอบคือบรรยากาศแบบท้องถิ่นแท้ๆ ไม่มีความเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากเกินไป พ่อค้าแม่ค้าหลายร้านยังตะโกนขายปลาเหมือนตลาดสมัยก่อน บางร้านเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากหน้าร้านมาทำทันที ทำให้ได้รสชาติเรียบง่ายแต่สดมาก

ใครที่อยากลองตลาดปลาญี่ปุ่นในบรรยากาศจริงๆ แบบคนท้องถิ่น ที่นี่คืออีกแห่งที่น่าสนใจมาก

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น. (โดยประมาณ)

การเดินทาง : จากสถานี JR Katsuta นั่งรถไฟสาย Hitachinaka Seaside Railway ลงสถานี Nakaminato เดินต่อประมาณ 10 นาที

6. ตลาดปลาคุโรชิโอะ - วากายามะ

ตลาดปลาที่เปลี่ยนการกินอาหารทะเลให้กลายเป็นโชว์สนุกๆ ตลาดปลาคุโรชิโอะ (Kuroshio Market) เป็นตลาดปลาชื่อดังของวากายามะที่ขึ้นชื่อเรื่อง “โชว์แล่ปลาทูน่า” หลายคนตั้งใจมาเพราะอยากเห็นเชฟมืออาชีพแล่ปลาทูน่าขนาดใหญ่ต่อหน้าคนดูแบบสดๆ ซึ่งแต่ละขั้นตอนเต็มไปด้วยความรวดเร็วและความชำนาญ

หลังจบโชว์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกกินอาหารทะเลได้ต่อทันที ทั้งซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าทะเล และอาหารทะเลย่าง

สิ่งที่ทำให้ตลาดนี้ต่างจากที่อื่นคือบรรยากาศสนุกแบบเมืองริมทะเล มีทั้งกลิ่นอาหารทะเลย่าง เสียงคนคึกคัก และวิวทะเลใกล้ๆ ที่ทำให้เดินได้เพลินทั้งวัน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งของอร่อยและประสบการณ์เที่ยวที่มีสีสันมากขึ้น

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 17.00 น.

การเดินทาง : นั่งรถบัสจากสถานี JR Wakayama มาลงที่ป้าย Wakayama Marina City

ตลาดปลาในญี่ปุ่นไม่ใช่แค่สถานที่ขายอาหารทะเล แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมการกิน วิถีชีวิต และเสน่ห์ของแต่ละเมืองออกมาได้ชัดเจนที่สุด และไม่ว่าจะไปเมืองไหน การได้เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยซูชิสดๆ หรือข้าวหน้าทะเลจากตลาดปลา ก็มักกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่หลายคนลืมไม่ลงหลังจบทริป “เที่ยวญี่ปุ่น” เสมอ